วันอาทิตย์ที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2551

เพื่อนบ้านแบบนี้???

บ้านฉันเป็นทาวน์เฮ้าส์หลังสุดท้าย ถัดไปเป็นบ้านเดี่ยวซึ่งปลูกมาประมาณปีกว่า

ปกติทาวน์เฮ้าส์หลังติดกัน (เจ้าของเดียวกับบ้านเดี่ยวแต่เค้าปล่อยเช่า)ก็สร้างเวรสร้างกรรมให้บ้านฉันอยู่แล้ว ด้วยการขายอาหารตามสั่ง(ผัดทั้งวัน) และจุดยากันยุงให้หมาในเวลากลางคืน(แต่กลิ่นเข้าบ้านฉันเต็มๆ) ปัจจุบันเลิกขายแล้ว(เพราะโดนตัดเต้านม ) และหมาก็เลือดออกปากตายไปแล้ว(เข้าใจว่าเป็นเพราะยาจุดกันยุง เพราะก่อนตาย มันไอจนหอบทั้งวันทั้งคืนอยู่หลายเดือน และมีเลือดซึมตรงจมูก) แต่ลูกชายซึ่งอยู่ห้องเล็กหลังบ้านก็ยังคงพ่นควัน(เข้าห้องฉันอีกละ จะเว้นเฉพาะตอนเข้ากะทำงานที่สนามบิน) และจุดยากันยุง(ให้ใครก็ไม่รู้ ไม่เห็นมีสิ่งมีชีวิตใดๆอยู่เสียหน่อย)อย่างมุ่งมั่น

ส่วนบ้านเดี่ยวนั้น ปัญหาส่อเค้าตั้งแต่ตอนสร้างบ้าน

บ้านฉันปลูกก่อน เดิมเหนือลานซักล้างหลังบ้าน(ด้านบ้านเดี่ยว) เป็นหลังคาพลาสติกใส หลังจากขโมยปีนบ้าน แม่ก็ตัดสินใจให้ลุงแถวบ้านซึ่งรับเหมาก่อสร้าง มาช่วยต่อเติมทำพื้นเสมอระเบียงบนบ้าน(ด้านหลัง)แทน จะได้ติดเหล็กดัดไปเลย

ต่อมาเมื่อบ้านเดี่ยวปลูกบ้าน ก็ได้ใช้ผนังบ้านสีเหลืองคัสตาร์ดของฉันเป็นกำแพงด้านนึง และมาเจรจาต่อรองขอทาสีผนังด้านนอกของบ้านฉันเป็นสีเขียวเต็มชั้นหนึ่ง จะได้เข้ากับสีบ้านและกำแพงด้านที่เหลือของเขา เนื่องจากตอนต่อเติมหลังบ้าน เสาเข็มบ้านเราเข้าไปในที่เค้า ทำให้ช่างสร้างบ้านด้วยความลำบาก และเรียกเก็บค่าใช้จ่ายกับเค้าเพิ่ม (ดันมาบอกตอนที่ปลูกบ้านเสร็จแล้ว ลุงช่างที่ทำบ้านให้ยืนยันว่าไม่จริง แต่เราจะพิสูจน์ได้อย่างไรในเมื่อเค้าปลูกบ้านเสร็จแล้ว) เค้าสั่งกับลูกเค้าทุกคนให้จำไว้ ว่าบ้านเราบุกรุกที่เค้า(ตรงไหนวะ? ก็มันก็ต่อขึ้นไปจากแนวผนังข้างและกำแพงหลังบ้าน)

สุดท้ายท้ายสุด แม่ฉันขอ เค้าก็ให้เซ็นต์สัญญาอะไรไม่รู้ เรื่องเลยสงบไป และผนังข้างของบ้านฉันก็ยังคงเป็นสีเหลืองคัสตาร์ด

ก่อนออกจากงาน ฉันว่าจะซื้อโต๊ะเล็กไปตั้งบนระเบียงหลังบ้าน เพื่อทำงานป.โทและอาจใช้เป็นที่ทำงานแปลในอนาคต เพราะอากาศเย็น แสงกำลังดี จะได้ประหยัดไฟ แต่แล้ว...

ฉันก็มาพบความจริงว่า บ้านนี้ทำกับข้าววันละสามมื้อ บางมื้อทอดหรือผัดเป็นชั่วโมง ไม่รู้ทำอะไรนักหนา ครัวเค้าติดหลังบ้านฉันซึ่งแน่นอนว่า กลิ่นเข้าห้องฉันเต็มๆ ที่จริงก็พอรับได้นะ เพราะมันเป็นชีวิตประจำวัน เค้าอยู่กันอย่างนั้น แต่...ผ้าบ้านฉันตากอยู่น่ะสิ

ธรรมชาติของคนซักผ้าเอง จะตากผ้าให้โดนแดด เพราะผ้าจะหอม และสะอาดจริงๆ

พอหลบมาซักหลังเค้าทำกับข้าวเย็น ตากตอนกลางคืนไม่นาน ฉันก็รู้สึกเหมือนได้กลิ่นบุหรี่ตลอดเวลา มันมาจากเสื้อที่ฉันใส่ ตลกแล้ว อยู่บ้านทั้งวันเนี่ยะนะ ช่วงนั้นฉันอ่านหนังสืออยู่ข้างล่าง

และไม่นานเมื่อฉันนั่งพื้นข้างล่างจนปวดหลัง ก็ย้ายมานั่งทำงานบนฟูกบนบ้าน และได้รู้ว่า ลูกชายจอมเกเรของบ้านนั้นมานั่งสูบบุหรี่ตรงระเบียงหลังบ้านนั่นเอง กลางวันนั้นไม่ค่อยเป็นเวลา แต่กลางคืนนั้น...สองทุ่มแน่นอน

ส่วนคนพ่อ ชอบสตาร์ทรถ ตลกดี ลานจอดรถอยู่ติดกับห้องรับแขกฉัน จอดรถได้ไม่ถึง 5 นาที ก็เอารถออกอีกแล้ว ชอบติดเครื่องทิ้งไว้อีกต่างหาก กระทรวงพลังงานและกรมควบคุมมลพิษควรมาถ่ายไว้ทำโฆษณารณรงค์ประหยัดพลังงานเป็นที่สุด

เลยกระจ่างใจ ว่าทำไมบ้านนั้นถึงไม่ใช้ระเบียงหลังบ้านแสนกว้างขวางเป็นที่ตากผ้า แต่กลับใช้ราวล้อเลื่อนเล็ก ตากผ้าอย่างแออัดอยู่ตรงหน้าบ้านแทน

บ้านเรานั้น จะว่าไปก็ไม่เอาเพื่อนบ้านที่อยู่ติดกันเลย แม่นั้นทักยังบ้าง แต่ฉันกับน้องจะไม่ไหว้เลย ก็คนมันทำตัวอย่างนั้นน่ะ เค้าก็เลยว่าบ้านฉันนั้นถือตัว (เออ...ปากก็ว่าไป ถ้าใครมีใจเป็นธรรมละก็จะรู้ว่าทำไมทีคนที่ฐานะด้อยกว่าคนพวกนี้ บ้านฉันยังพูดคุยด้วยและไหว้ตลอด)

แม่เลยต้องบอกผ่านหนึ่งในวงข้าวเย็นนั้นซึ่งดีกับบ้านเราที่สุด ขอให้เค้าไปสูบหน้าบ้านแทน เพราะเราจะได้ตากผ้า ดูทีวี หรือเข้านอนได้บ้าง เพราะปกติเราไม่ค่อยมีแขกมาบ้าน เสียพื้นที่ชั้นล่างยังพอไหว

แต่คนพ่อก็ยังมาสูบบุหรี่ในครัวโล่งติดหลังบ้านเรา ลูกชายก็เหมือนเดิม ตลกไหม? บ้านตั้งกว้าง ผู้ชายบ้านนี้สูบบุหรี่ตรงลานทำครัว

คนรักสุขภาพ เจออย่างนี้เข้าทุกวัน จะรู้สึกยังไง? เดี๋ยวนี้ค่ารถตั้งเท่าไหร่ จะให้หนีไปมหา'ลัยทุกวันๆไม่ไหวหรอก

หมอดูแม่นๆ ทายไว้หลังออกจากงานว่าปีนี้ฉันจะหายจากภูมิแพ้ แต่ปรากฏว่าตั้งแต่อยู่บ้าน ฉันกินคลอเฟนิรามีนมากที่สุดในรอบ 3 ปี เลยไม่อยากจะแนะนำใครไปดูดวงกับแกเลยจริงๆ

ตอนนี้ต้องปิดประตู-หน้าต่างหมดทุกด้าน เวลาที่แม่ตื่นมาไอ หรือหายใจไม่ออก-เวียนหัว ฉันนี้แค้นจนน้ำตาไหลเลย นี่จะเอากันให้ตายเลยใช่ไหม?

เคยติดต่อ NGO ที่ทำเรื่องบุหรี่นี้ เพราะรู้มาว่ากฎหมายครอบคลุมแต่พื้นที่สาธารณะ แต่เรื่องก็เงียบหายไป เลยเข้าใจว่า ที่พยายามโปรโมทองค์กร คงเป็นเพียงเพื่อใช้ประกอบการระดมทุน ไม่ได้ตั้งใจทำงานเพื่อสังคมจริง อย่างที่อาจารย์ท่านหนึ่งเคยเล่าเรื่อง NGO อื่นให้ฟัง ถ้าอ่านเจอ อยากฟ้องก็ฟ้องนะ สื่อจะได้สนใจความทุกข์ร้อนซึ่งฉันมั่นใจว่าไม่ได้มีแต่บ้านฉันบ้านเดียว

รู้จากอย.ว่า เครื่องฟอกอากาศก็ช่วยกรองมลพิษจากบุหรี่ไม่ได้

สองบ้านนี้ติดรายการผู้หญิงถึงผู้หญิงเหมือนฉัน นึกจะเขียนไปให้คุณกาละแมร์พูดในรายการเหมือนกัน เพราะรายการนี้เค้าก็เล่นเรื่องบุหรี่อยู่เป็นระยะๆ

ปกติฉันไม่กล่าวล่วงถึงบุพการีใคร แต่ว่า เพื่อนฉันคนนึงเคยบอกว่า แม่เป็นมะเร็งตายเพราะพ่อสูบบุหรี่ ฉันเชื่อแล้วล่ะ

ถ้าใครได้อ่านบทความนี้และรู้จักคนที่สูบบุหรี่ ช่วยส่งบทความของฉันไปให้อ่านด้วยเถอะค่ะ เค้าจะได้รู้ว่าคนอื่นมีชีวิตลำบากแค่ไหนจากการกระทำของคุณ แถมยังเสี่ยงกับโรคต่างๆมากกว่าคุณตั้งสามเท่า ถึงแม้คุณจะไม่ได้พ่นควันใส่หน้าเค้าก็เถอะ ถ้าอยากโก๋เก๋ ช่วยสังคมดีกว่าค่ะ ตั้งกลุ่มสร้างสาธารณประโยชน์ดีกว่า ผู้คนจะชื่นชมยินดีคุณและครอบครัวด้วยซ้ำ

ใครที่คิดจะปลูกบ้านใหม่ ขอแนะนำให้ซื้อพื้นที่กว้างๆหน่อยนะคะ ลองศึกษาคนที่จะเป็นเพื่อนบ้านเราก่อนตัดสินใจซื้อ ถ้างบยังไม่พอและยังไม่จำเป็นเร่งด่วน ก็อย่าเพิ่งซื้อ ปลูกบ้านทั้งที ให้พ่อแม่และลูกเล็กๆที่จะเกิดมาได้หายใจสะดวกเถอะค่ะ







1 ความคิดเห็น:

Unknown กล่าวว่า...

หลังจากอ่านแล้ว ก็ทำให้เห็นใจ เราเข้าใจดีถึงภาวะ Neighbor from Hell เหล่านี้ หากเป็นเมืองนอก คงยุส่งให้นะ ส่งเรื่องไปที่รายการทีวีแล้ว ชื่อรายการว่า Neighbor from Hell คิดว่าคงถูกใจนะไม่น้อย ฮิๆๆ
เราว่า นะซื้อเครื่องฟอกอากาศ หรือไม่ก็ติดพัดลมดูดอากาศก็ดี ก่อนที่คนในบ้านจะหายใจไม่ออก การปิดบ้านไม่ช่วยอะไร แถมยังต้องอึดอัดด้วย ก็ดูดอากาศซะ แล้วก็หันทิศทางลมให้ไปทางบ้านต้นเหตุซะเลย จะได้รู้ว่าเป็นอย่างไง อยากผัดอาหาร อยากสูบบุหรี่กันนัก เอาให้รมควัน หอมฉุยไปทั้งบ้านเลย ดีไหม ฮิๆๆๆ
นะ อัพบล๊อค เราเข้ามาอ่านทุกครั้ง แต่อาจจะไม่ได้คอมเมนต์ทุกครั้ง แต่ก็ยังติดตามนะจ๊ะ เป็นกำลังใจให้

Take Care
M