วันอังคารที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2551

งานใหม่ของหมาปอ

ตั้งใจว่าจะจบโทก่อนแล้วค่อยหางาน แต่ตอนนี้ทำงานจนไม่รู้เมื่อไหร่จะจบโท

เรื่องของเรื่องคือแบงก์ของเอ็มได้ประวัติฉันใน jobsdb.com ที่โพสท์หางานสมัยยังอยู่ที่เก่า ก็เลยได้หางานโดยไม่ตั้งใจ

ความหลังฝังใจกับที่ทำงานเก่ายังสลัดไม่หลุด แถมตอนนั้นเพิ่งตัดสินใจเป็นนักแปลฟรีแลนซ์ ด้วยความที่บ่จี๊ น้องสาวเลยคะยั้นคะยอให้รับงานแปลจากนักศึกษา ฉันก็เตรียมวางแผนประชาสัมพันธ์ คิดหาทางทำเงินจากการแปลไปเรื่อย อยู่ๆจะให้กลับมาเป็นมนุษย์ตอกบัตร อารมณ์ติสต์แตกของฉันจึงปั่นป่วน
อีกอย่าง ฉันเคยผ่านงานบริษัทใหญ่มาแล้ว ไม่อยากทำอีกแล้ว แต่พอแม่รู้ sheก็เที่ยวพูดกับเพื่อนฝูงในวงการแบงก์ไปเรื่อย รู้กันไปถึงพิษณุโลกบ้านเกิดแม่ จ๊ากกก!!!

วันที่ฝ่ายสรรหาโทรมา ฉันเครียดถึงขั้นโทรหานักจิตวิทยาเลยทีเดียว นักจิตวิทยาพูดมาคำนึงว่า ถ้าฉันแย่อย่างที่เจ้านายว่าจริงๆ นายคงไม่เลี้ยงฉันไว้ใช้ต่อหรอก อาจจะให้เซ็นต์ใบลาออกหรือเลิกจ้างไปแล้วก็ได้
แม้จะคิดว่านี่ไม่ใช่แนวของนายเก่า แต่เอาวะ เชื่อก็ได้ ไม่งั้นชีวิตคงดำดิ่งลงไปเรื่อยๆ ก็เลยกล้าตอบตกลงไปสัมภาษณ์งาน

ส่วนบริษัทจัดหางาน ก็หางานบุคคลมาให้ แถมได้สัมภาษณ์ก่อนแบงก์เสียอีก เป็นบริษัทเครื่องแต่งกายและเครื่องสำอางชื่อดัง ฉายา"ซีไขว้" งานที่นี่เป็น HR ที่ทำทุกอย่างจริงๆ แต่เดิม HR Mgr เป็นคนทำ แต่ทำไม่ไหว เพราะคนเยอะขึ้น ส่วนเรื่องสภาพคล่องไม่ต้องห่วง ลูกค้ากระเป๋าหนักจริง ขายได้เรื่อยๆอยู่แล้ว ใจจริงอยากได้ที่นี่มาก ทุกอย่างลงตัว เพียงแต่ HR Mgr ยังยุ่งเกินกว่าจะนัดรอบสอง เฮ่อ!
องค์กรใหญ่ก็รอนานหน่อย ไปเพราะเสียไม่ได้ เกิดแม่ไหว้วานใครไปสืบว่าฉันเป็นฝ่ายปฏิเสธแบงก์ มีหวังโดนเล่นเรื่องนี้ไปได้อีกเป็นสิบปี
สัมภาษณ์รอบแรก แทบบ้า เค้านัดมาทำ test พร้อมกันเกือบห้าสิบคน ตอบก็ไม่ทัน ยิ่งตอนเขียนภาษาอังกฤษ ข้อท้ายๆก็ลำดับเรื่องไม่ดี (คนตรวจคงใช้วิธีคิดแทนฉัน ถึงได้เข้าใจได้ว่าฉันจะสื่ออะไร อายอิ๊บอ๋าย)
ส่วนสัมภาษณ์บ่ายวันนั้น ก็ได้คอมเม้นท์มา ผมต้องเนี้ยบนะคะ รองเท้าเตี้ยไป รอบหน้าขอสูง 2 นิ้วนะคะ สูทดำ กระเป๋ากับรองเท้าก็ต้องดำด้วยค่ะ กระโปรงยาวไปค่ะ คราวหน้าให้สั้นเหนือเข่านะคะ แล้วก็ไปอ่านเกี่ยวกับ HRM เพิ่มนะคะ เป็นเพื่อนกับเอ็มใช่ไหมคะ? ลองถามเอ็มดูนะคะว่าตอนเรียน HRM อ่านเล่มไหนไปบ้าง

สัมภาษณเสร็จก็เหนื่อยใจ เหมือนคนไปแข่งโอลิมปิกโดยรู้ว่ายังไงก็ไม่ได้เหรียญ แค่ไปรับใช้ชาติ ให้รู้ว่าเรามีความสามารถจนผ่าน qualify ได้

ดันมีรอบสองว่ะเฮ้ย เป็นครั้งเดียวในชีวิตที่ไปสัมภาษณ์สาย เพราะรถของแบงก์ที่วิ่งรับส่งคนจากสีลมไปพระรามสามเกิดขาดช่วง ไปติดอยู่สาทรขาเข้าซะงั้น โทรหาเอ็ม เอ็มยังไม่ถึงสีลมด้วยซ้ำ ไปถึงก็รีบแจ้นเข้าห้องน้ำ แต่งหน้าทำผม โชคดีมีคนอื่นให้เค้าสัมภาษณ์ไปพลาง ระหว่างรอเค้าก็ให้เขียนเรียงความภาษาไทย เกี่ยวกับเป้าหมายในชีวิตการทำงาน
กรรมการอ่านแล้วชอบ เอามาพูดคุยขยายความต่อกันซะยาวในตอนสัมภาษณ์ แต่เรื่องติตต่อสัมภาษณ์รอบสามก็เงียบไป

หลังจากนั้นก็มีสัมภาษณ์อีกสองที่ ที่ที่สัมภาษณ์ก่อน เป็นอุตสาหกรรมการผลิต เจ้าหน้าที่บุคคลมีหลายคน ถ้าเข้าไปก็จะทำ training กับ Organization & Development (ไม่อยากบอกว่าไม่เคยแตะเป็นเรื่องเป็นราว) อยู่เกือบถึงรามแน่ะ ไม่ไปดีกว่า

ส่วนที่หลังเป็นบริษัทท่องเที่ยว เป็นบริษัทคนไทยแต่จ้างฝรั่งบริหาร ตำแหน่งนี้ต้องทำงานบุคคลและธุรการทั้งหมด ตำแหน่งเป็น supervisor ตอนอ่าน qualification เออ-ตรงนี่หว่า ลองดู เผื่อตำแหน่งจะได้โตตามวัย
ดีที่สัมภาษณ์ถี่ เลยไม่ตื่น-ไม่ลนลาน
วันรุ่งขึ้น เค้าก็โทรมาขอคำยืนยันเลยว่าจะมาเริ่มงานกับเค้าแน่ ลองดูไม่เสียหาย ไม่ได้ตั้งเป้าอะไรมากมายอยู่แล้วนี่ มีเงินใช้อีกต่างหาก

งานจะหนักหน่อย เพราะคนเก่าไปแล้ว เลขาฯก็ไม่ว่างสอนงาน แถมยังมีคนงี่เง่า รู้ทั้งรู้ว่าเราเข้ามาใหม่และไม่มีคนถ่ายงานให้ ก็ยังจะมาขออะไรยากๆที่ต้องใช้เวลาหา แหม-คนเก่าอยู่มา 12 ปี เอกสารก็ไม่ทำลายทิ้ง อะไรไม่รู้เต็มไปหมด รู้สึกไม่ดี แต่ก็ไม่มีเวลาเสียใจ ถ้าฉันออก คนดีๆอีกหลายคนต้องมาเหนื่อยเอางานพวกนี้กลับไปทำ อีกอย่าง พูดได้เลยว่าที่นี่ตรงกับเกณฑ์ที่ฉันเคยนึกเล่นๆระหว่างตกงานเป๊ะ เป็นที่ที่รู้สึกได้ว่าเจ้าของบริษัทให้เกียรติคน ถึงได้วางนโยบายที่ทำให้อยู่แล้วสบายใจ อย่างใครจะไปชุมนุมทางการเมือง ก็ไปได้ ไม่นับเป็นการลา ทั้งที่บริษัทเราได้รับผลกระทบจากการปิดสนามบินมากอยู่

คงเหนื่อยอย่างนี้ไปตลอดช่วงทดลองงาน กว่าจะเคลียร์งานคนเก่าเสร็จ รู้งี้ไปดรอปป.โทก่อนดีกว่า มีแววจะได้ลงทะเบียนวิชา individual study เป็นรอบที่สามซะงั้น ครั้งนึงตั้งสองหมื่น

อุ๊ย-แบงก์โทรมานัดสัมภาษณ์รอบสุดท้าย! รออ่านในบล็อกหน้าแล้วกันนะ .


ไม่มีความคิดเห็น: