
อย่างที่บอกไปว่าอยากจะพูดเรื่องสิ่งที่ชอบและไม่ชอบในงานแต่ง
เป็นความเห็นส่วนตัวที่หวังว่าจะใช้เป็นข้อพิจารณาในอนาคตสำหรับคนที่อ่านได้บ้าง
อย่ารอช้า ไปว่ากันเลย
ชอบ
1.วัตถุประสงค์ที่ชัดเจน
ส่วนใหญ่จัดงานแต่ง ก็เพื่อหน้าตาพ่อแม่ บวกการเติมเต็มความฝันแบบ"เจ้าหญิง"ของเจ้าสาวอยู่แล้ว
แต่ควรจะบอกได้เลยว่าตรงไหนที่จะเอาใจผู้ใหญ่ ตรงไหนขอคิดกันเอง จะได้เตรียมงานขั้นต่อไปได้ถูก
2.การวางแผนที่ดี
เคยอ่านเจอในเน็ตว่ามีเจ้าบ่าวคนหนึ่ง(คนไทยนี่แหละ)เตรียมงานแต่งภายใน 2 สัปดาห์
ออกจะน่าเคืองสักหน่อยสำหรับผู้ใหญ่ต่อการจัดงานกระทันหัน แต่ขอชมในระบบการวางแผนของเจ้าบ่าวจริงๆ
3. วิจารณญาณที่ดี
รู้ว่าควรทำอะไรก่อน-หลัง รู้ว่าควร-ไม่ควรเสียเงินตรงไหน เพื่อให้งานออกมาคุ้มค่ากับที่จ่ายไป
เมื่อใดที่เกิดเหตุติดขัด สามารถตัดใจเลือกทางเลือกเท่าที่มีได้เลย
การตัดสินใจที่ดี ทำให้เราซึ่งคอยช่วยงาน รู้สึกว่าพวกเค้ามีวุฒิภาวะพอที่จะเป็นพ่อแม่คนดีของสังคมต่อไป และพลอยจะยินดีกับพวกเขามากขึ้นไปอีก
4.มีรูปแบบงานในใจแล้ว แต่พร้อมรับฟังคำแนะนำจากผู้อื่น
ก็คนเรา(หวังจะ)แต่งงานครั้งเดียวในชีวิต ก็ต้องมี format อยู่ในหัวบ้างสิ
ที่ไปงานแต่งมาเยอะ คิดมาเยอะ บางทีก็ตกม้าตายตอนคุยกับโรงแรมเหมือนกัน
ด้วยความไม่รู้ จึงไม่ถาม-ไม่ตาม เข้าทางโรงแรม ช่วยมันเซฟเสียอีก
5.ความเรียบง่าย
เจอเจ้าสาวที่เน้นอาหารและบรรยากาศ ให้ entertain แขก
ประมาณว่า คุณเป็นคนสำคัญที่อยากบอกให้รู้ว่าจะเริ่มต้นชีวิตครอบครัวแล้วนะ
ไม่เอาตัวเองเป็นศูนย์กลางของงานมากเกินไป นับถือจริงๆ
6.ความร่วมมือร่วมใจของบ่าว-สาว
เจ้าบ่าวของงานข้างบนทำงานตจว. เค้าแบ่งกันเลยว่าใครจะทำตรงไหน
อะไรที่เจ้าบ่าวพอจะทำได้ แม้อยู่ไกล เขาก็ขอทำ
สุดสัปดาห์ไหนว่าง ก็จะรีบตีรถลงมากรุงเทพฯ มาช่วยเจ้าสาวเคลียร์งานที่เหลือ
วันไหนนัดไว้ แต่ยังอยู่ตจว. เจ้าสาวยิงไปถามสด เจ้าบ่าวก็รีบโทรกลับ
อะไรที่พูดแล้วนึกภาพตามไม่ออก ก็ให้เจ้าสาวตัดสินใจได้เลย
หมดวัน ยังโทรมาถามว่า เรียบร้อยไหม? เหนื่อยไหม? รีบกลับบ้านนะ
คู่นี้เห็นมากับตา-ได้ยินมากับหู ฟันธงได้เลยว่าไปกันรอด
7.ความร่วมมือของผู้คนรอบข้าง
บางครอบครัวที่เห็นมา คิดว่าการออกให้ลูกไปติดต่อจัดงานเอง เป็นการให้อิสระ
แต่ก็มักจะเผลอให้ความเห็นแย้งหลังจากที่บ่าวสาวตัดสินใจ
บางอย่างยกเลิกได้ทัน แต่หลายๆอย่างก็ไม่
ขอเถอะ ออกไปด้วยกัน ถือว่าออกไปเดินดูอะไรแปลกตา ไปตากแอร์ ไปให้ลูกมันเลี้ยงข้าวนอกบ้าน ดีกว่าโทรศัพท์กันไปมาไม่ได้ความ จนต้องเหนื่อยขับรถไปมาเพื่อคุยอีก
ในส่วนของเพื่อนเอง หากได้รับการขอร้องมา ก็ควรรับผิดชอบในสิ่งนั้น
หากทำไม่ได้ ต้องรีบแจ้ง ไม่ใช่ว่า งานจะเริ่มอยู่แล้วยังอยู่ร้านทำผม (เพื่อนกันจริงอะ???)
8.ความมีอารมณ์ขัน
งานแต่งงานเป็นพิธีการที่อาศัยมนุษยสัมพันธ์มาก
ประกอบการมีรายละเอียดมาก จึงทำให้เกิดความผิดพลาดได้เสมอ
ความมีอารมณ์ขันอย่างถูกกาลเทศะ จะช่วยให้งานดำเนินต่อไปได้อย่างเหมาะควร
ไม่ชอบ (ในมุมของแขก)
รายการพวกนี้เป็นเรื่องจุกจิก อ่านแล้วไม่เห็นด้วยก็ไม่แปลก
-เจ้าสาว passive ใครอยากได้อะไรก็ตามใจเขาหมด ลำบากอยู่คนเดียว
คนจะช่วยก็มัวเกรงใจ งานออกมาไม่ได้อย่างใจก็ไปแอบร้องไห้ เฮ่อ!
-ไม่มีธีมไม่ว่า อย่ามาอยากมีทีหลัง ไม่ว่าใครที่ต้องมาคิดต่อก็เหนื่อยปั้นเรื่อง
-ธีม "รักเราสีชมพู" ไม่เบื่อสีชมพูกันบ้างเหรอ? บังคับใช้ตั้งแต่อนุบาลแล้วนะ
สงสารแขกมั่งสิ ธีมสีชมพูกี่งานแล้ว บางงานดันมีแค่ 2 เฉดอีก เป็นคนขี้เบื่อน่ะ เข้าใจหน่อย
-เจออะไรก็เลือกเลย ไม่ศึกษาข้อมูลก่อนว่าจะสร้างปัญหาในภายหลังหรือเปล่า
ปัญหาที่คาดไม่ถึง คนขี้เกียจ คนงี่เง่า คนหวังฟันกำไร มีเยอะนะจ๊ะขอบอก
-เจ้าบ่าวเฮงซวย มัวแต่ยุ่ง(นอกเหนือจากหน้าที่การงาน) มัวแต่สปอยล์ตัวเอง เจ้าสาวไม่เหนื่อยเลยเนอะ
อะไรที่รับปากว่าจะช่วยเจ้าสาวหา สุดท้ายก็หยิบๆเอาจากที่ใกล้มือ
ถ้าแฟนฉันบัดซบขนาดนี้ จะไล่กลับไปบ้านพ่อแม่มันเลย ไม่ต้องแต่งแล้ว
-ชุดเจ้าสาวเกาะอก ใช่จะใส่แล้วดูดีทุกคน เป็นเรื่องน่าอนาถพอๆกับการสวมเทียร่า
ลองดู gallery ช่างหน้า-ผมในเว็บแต่งงานสิ ออกมาอย่างกับใช้บล็อกเดียวกัน
-ซื้อตัดชุดแต่งงานเรือนแสน ผ้าไหมอิตาลี เย็บที่ฝรั่งเศส
เสร็จงานสองเดือนประกาศขายครึ่งราคา ระบุว่าไม่มีที่เก็บ(หรือเลิกกับผัวแล้วก็ไม่รู้)
ไอ้คนซื้อต่อก็บ้าจี้ บอกได้ของดีราคาถูก แต่เสร็จงาน ก็มานั่งเสียดายตังค์
จะขายต่อก็เริ่มหมองแล้ว ไม่ได้ราคา
(หมายเหตุ โบราณเค้าถือไม่ให้ชุดกัน เกิดคู่ก่อนเลิกกัน มันจะเป็นลางไม่ดี จึงนิยมเช่ากันมากกว่า)
-ซุ้มถ่ายภาพ กรุด้วยต้นกก ชวนให้นึกถึงเมื่อสามสิบปีก่อนที่นิยมใช้ทางมะพร้าวอย่างไรอย่างนั้น
-เชิญทุกคนที่จำชื่อได้มาเป็นแขกผู้มีเกียรติ ดูจะเวิ่นจะนิดนึง เข้าเนื้อเยอะน้า แบกค่าใช้จ่ายไหวหรือเปล่า?
-พิธีการซึ้งๆ เอิ่ม ถ้ารู้จักกันดีพอควรก็ซึ้งตามอยู่แล้วจ้ะ ไม่ต้อง build ไม่ได้ดูหนังเกาหลีอยู่บ้านนะจ๊ะ
-แขกใส่ชุดดำ หล่อนไม่ต้องอ้างเลยว่าทีแขกผู้ชายยังใส่สูทดำ ทีฝรั่งกับญี่ปุ่นยังใส่เดรสดำล้วนไปงานแต่ง
ก็ที่นี่เมืองไทยอะจ้ะ ใส่ยีนส์ฉันไม่ว่า จะสีฉูดฉาดจะสีตุ่นตามชอบและขับผิวก็ไม่ว่า
อย่าให้ผู้ใหญ่ในงานทั้งที่เป็นเจ้าภาพกับแขกรู้สึกแย่กับคนรุ่นหลังไปมากกว่านี้เลย
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น