วันนี้เป็นไรไม่รู้
รู้ว่ามีนัดไปคาราโอเกะหลังเลิกงาน ฉลองรับปริญญาหนูเอื้อย
ไม่รู้จะใส่เสื้ออะไร เลยคว้าเสื้อขาวตัวเก่ง กางเกงลายตารางสีดำ ใส่แล้วเข้าคู่กันมาก
เอ...ล่อซะขาวดำเลย แม่ยิ่งชอบทักอยู่ว่าเหมือนไว้ทุกข์-ใส่อยู่ได้
แอบเปลี่ยนเสื้อทับเป็นเสื้อกล้ามสีส้ม
วันนี้ต้องการสีส้มมาก... ต้องการพลังงาน ความสดใส เหมือนจะรู้ว่าวันนี้จะเกิดอะไร
9 โมงครึ่ง พนง.เข้าห้องประชุม
ยังแอบคิด สงสัยเค้าตลบหลังนัง admin คนใหม่ service ช้าเหลือเกิน คิ้วผูกโบว์ทั้งวัน
โดนแน่กรู
แผนกที่ต้องเข้าอบรมก็เข้าห้องประชุมอีกห้อง
เจ้านายมาพอดี ว่าจะไปดู training ซะหน่อย
ปรากฏเจ้านายเรียกทั้งแผนกบัญชีและแผนกแอดมินเข้าไปคุยในห้อง
ยังแอบบื้อ คิดว่าจะแจ้งนโยบายประจำปี
พี่คนเก่าๆรู้แล้วว่าเป็นเรื่องผิดปกติแน่ๆ
ปรากฏว่า...
"ประกาศตัดเงินเดือนทุกคน 15% ยกเว้นพี่เมสกับแม่บ้าน"
เออ...วันนี้ไว้ทุกข์ให้ตัวเองจริงๆด้วย
เข้าใจเจ้านายเลย เค้าก็เพิ่งเข้ามาก่อนช่วง layoff
เค้าออกตัวเลยว่าไม่เคยต้องทำอะไรอย่างนี้ในชีวิต และไม่เคยเจออะไรอย่างนี้ในชีวิตเหมือนกัน
พนง.เลือกได้ว่าจะหยุด 1 วัน หรือเลือกกลับก่อนวันละ 1.5 ชั่วโมง
ทุกคนพยายามขำๆ พูดกันตรงนั้นเลยว่าวันที่หยุดไป ใครจะทำอะไรไปขายที่ไหน
เจ้านายก็เข้าใจว่าทุกคนพยายามโจ๊กเพื่อจะได้ไม่วูบไป
ใจหาย...พี่ที่เพิ่งกลับจากลาคลอดจะเป็นยังไงว้า?
อีกคนลูกกำลังป่วยเป็นหวัด ไม่หายซะที ไม่มีสวัสดิการให้ครอบครัวซะด้วย
Director สาวโสด จะเกษียณปลายปีนี้ วันก่อนแกยังมาถามว่าตอนเกษียณ แกจะได้เงินก้อนกี่เท่าของเงินเดือน
พี่ที่อายุมากๆหน่อยเริ่มคิดว่าจะเหลือเงินเดือนเท่าไหร่
ส่วนตัวฉันเอง เฮ่อ...ว่าจะไปบอกแม่ ขอรับผิดชอบคชจ.ต่างๆในบ้าน
กะเตรียมปลูกบ้านใหม่ในที่ดินฝั่งตรงข้ามบ้านปัจจุบัน ดีนะยังไม่ทันพูดไป
นี่ถ้ายังอยู่ที่เก่า เจ้าแม่โอทีคนนี้ก็เท่ากับได้เงินเดือน+ค่าเดินทาง+โอที 12 ชั่วโมงเท่านั้นเอง
บอสเข้ามาออฟฟิศตอนเกือบ 11 โมง เห็นพนง.ยังอยู่ในห้องประชุม แกโวยวายใหญ่ แกอยากพูดก่อน กลัวเดี๋ยวเข้าใจอะไรกันไปผิดๆ
11 โมงเกือบครึ่ง บอสเรียกประชุมพนง.ทั้งหมด
แกบอกว่าวันก่อนประชุมกับเจ้าของบริษัท เห็นว่ามาตรการ save cost มันไม่ได้ผล
เค้าว่าจะเอาอย่างนี้แหละ ดีกว่า layoff พนง.
และวันหนึ่งเราคงโตได้อีกครั้ง เลี้ยงคนไว้ดีกว่า
บอสบอกว่า อย่างน้อย 3 เดือนนะ แล้วค่อยมาดูกัน ตอนนั้นหมด high season มาดูรายได้กันอีกที
พนง.ถาม เงินเดือนไม่ขึ้น โบนัสไม่ได้ ยังหักเงินอีกเหรอ?
บอสบอก ผมก็โดน เจ้าของบริษัทเลือกอย่างนี้ ผมจะทำยังไงได้
พนง.ถามต่อ ไม่มี choice ที่ดีกว่านี้เหรอ
บอสว่า ก็ดีกว่าโดน layoff ไม่ใช่เหรอ?
ตอนเข้ามาใหม่ๆ เคยเข้าใจบอสผิดๆ คิดว่าเป็นคนขี้ตืด
จนวันนึง เข้าไปบอกเลขาฯเก่าว่าน่าจะทำพื้นใหม่ เพราะทั้งลื่นทั้งสะดุด
เลขาฯเก่ายังบอก เอาเลย บอสจะได้ไปไฟท์กับเจ้าของบริษัทให้
เรื่องอะไรที่ให้พนง.ได้ บอสฟังทั้งนั้นแหละ
เลยเข้าใจว่า อ๋อ...ตัวการที่แท้จริงเป็นใคร
หลังจากประชุมกับบอส พนง.ก็ไม่ทำงานกันแล้ว
แผนกสำรองที่พักจับกลุ่มเม้าท์แล้วลงไปกินข้าวก่อนเวลาฯ
แผนกบัญชีที่อยู่หลังฉัน ฝากชีวิตไว้กับการแทงหวยที่จะออกบ่ายนี้แทน
ส่วนฉันเอง พยายามทำเหมือนปกติ นั่งแปลกฎหมายเกี่ยวกับความปลอดภัยในสถานประกอบการ สัปดาห์หน้าจะได้ส่งบอสอ่าน
ตกบ่าย คนก็ทำงานมากขึ้น พูดน้อยลง คงเพราะไม่รู้จะพูดทำไม
จะระบาย ก็กลับมีใครขอระบายก่อน
จะมีเสียงขึ้นมาก็บ่ายสามครึ่ง หลังจากที่บัญชีถูกหวยกิน
ฉันเองก็เริ่มตื้อ แปลเหลืออีกแค่สองหน้า อยากลงไปกินไอติมข้างล่าง รู้สึกหวิวๆเหมือนขาดน้ำตาล แต่เลขาฯใหม่ไปซื้อของ ยังไม่กลับ ไม่มีคนผลัด
พี่ที่ออฟฟิศเก่าโทรมาบอกว่าจองร้านที่เอกมัยไว้
เอกมัย...ไกลมากสำหรับฉันในวันนี้ แค่เดินไปห้องน้ำยังหวิวเลย
ไปก็คงได้ไม่นาน แม่ไม่อยากให้กลับดึกมาก
หกโมงนิดๆก็ออกจากออฟฟิศ อยู่ต่อทำไมล่ะ?
มิน่า วีกนี้เจ้านายทักทุกวันเลยว่ายังไม่กลับบ้านกันเหรอ?
ไปนั่งอ่านกฎหมายแรงงานที่ป้ายรถเมล์ วันนี้รถโคตรติด
ทนยุงกัดฝ่าเท้าไม่ไหว(เออ-โรคจิตจริงเอ็ง กัดตรงไหนไม่กัด) เลยขึ้นมินิบัสลัดเลาะมาต่ออนุสาวรีย์เอา
วิทยุที่ฟัง เปิดเพลงที่เราเลือกจะร้องในเกะวันนี้
"Another summer day has come and gone away
In Paris and Rome, but I wanna go home
Maybe surrounded by a million people
I still feel all alone, I just wanna go home
Oh I miss you, you know"
"Let me go home...home...home...home. I'm just too far from where you are. I wanna come home"
น้ำตาไหลหนึ่งแหมะบนรถตู้ที่กำลังวิ่งบนทางด่วน ในที่สุดมันก็ออกเสียที
วันศุกร์ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2552
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น