ที่จริง เรื่องที่พิมพ์นี้เป็นบทความแรกที่คิดจะทำเลยนะ
ตอนนั้นคิดว่า ควรจดบันทึกให้สมบูรณ์ แล้วทำเป็นบทความเดียว แต่พอเอาเข้าจริงๆ จด ก็เปลืองกระดาษ พิมพ์ไฟล์ ก็เปลืองไฟ
วันนี้เห็นท่าไม่ได้การ รำคาญพวกดาราที่ให้สัมภาษณ์วิธีลดโลกร้อนผ่านสื่อแล้วมันเซ็ง คิดได้แค่เนี่ยะ? ใครอ่านแล้วช่วยส่งต่อหน่อยเถอะนะ เผื่อดาราอ่านแล้วจะได้ให้สัมภาษณ์ดีกว่าที่เป็นอยู่ ให้คนดูเขาเอาไปทำตาม
พี่ที่ป.โทคนหนึ่งเคยส่งบทความมาให้อ่านหลัง The Inconvenient Truth ออกใหม่ๆ บอกว่า ต่อให้วันนี้คนบนโลกทุกคนหยุดการใช้พลังงานทุกอย่างโดยสิ้นเชิง ก็ไม่อาจหยุดหายนะนี้ได้ สิ่งที่เราทำได้คือประวิงเวลาออกไป
เท่าที่เห็นกันอยู่ สิ่งที่เราทำนั้นไม่พอ ใช่-วันนึงเราก็ตาย ลูกหลานเราก็ต้องตาย
แต่คิดไหมว่าจะตายในแบบไหน?
- โลกร้อนจน heat stroke ตายแบบปวดหัวสุดๆเหมือนมันจะระเบิด เอาไหม?
- แย่งกันครอบครองพื้นที่สูงๆ ไล่ฆ่ากันอย่างปากเถื่อนเพื่อแย่งที่ดินไว้อยู่อาศัย เอาไหม?
- แห้งแล้งจนอาหารไม่พอกินทั้งเนื้อทั้งพืช ต้องกินคนด้วยกันเอง เอาไหม?
- น้ำท่วมตาย แวบเดียวแล้วไปเลย แต่กว่ามันจะมาถึง เราได้ยินว่าที่อื่นๆตายกันหมดเมืองเรียบร้อยแล้ว ความรู้สึกเราเหมือนหมูที่ถูกต้อนขึ้นรถไปโรงฆ่าสัตว์ เอาไหม?
ไม่เอาก็ต้องอ่าน
สิ่งที่จะปฏิบัตินี้ นอกเหนือจากการลดปัญหาทางสิ่งแวดล้อมแล้ว มันยังมีผลต่อความคิด การดำเนินชีวิต สุขภาพ และจิตใจด้วยไม่ทางใดทางหนึ่ง
พระพุทธเจ้าและพระเจ้าแผ่นดินของเราสอนไว้ไม่ผิดเลย ทุกอย่างเริ่มที่ความพอเพียง
เรามาค้นหาว่าอะไรจำเป็น-ไม่จำเป็นสำหรับชีวิตกัน
บางคนตลกมาก ชอบเปิดทีวี เปิดวิทยุ จนหลับ เอาสิ่งนอกกายมาคลายความเหงาอ้างหวาง เปลืองพลังงาน เปลืองเงิน(ค่าไฟ) เปลืองสุขภาพ(นอนหลับไม่สนิท)
เช้ามาดูสรยุทธ์ ปิดทีวีแล้วฟังวิทยุที่กินไฟน้อยกว่าแทนดีกว่าไหม? เห็นหน้าสรยุทธ์ 2 ชั่วโมงทุกวันจันทร์-ศุกร์ อาจจะ 1 ชม. เสาร์-อาทิตย์ด้วย ไม่เบื่อหรือไง? แต่ถ้าอยากอ่าน sms "ลำปางหนาวแล้ว" ด้วย ก็ไม่ว่ากัน
สื่อบันเทิง ดูพร้อมๆกันหลายๆคน ไม่เปลือง แถมได้เพื่อนคุยอีกต่างหาก
ที่บ้านเรา ต่อให้อยากดูดีวีดีแค่ไหน ก็รอจนคนในบ้านที่อยากดูกลับบ้านมาดูพร้อมๆกัน ฮาพร้อมๆกัน
บางเรื่อง อย่างข่าวดาราแย่งสามีชาวบ้าน ไม่ต้องดูให้เปลืองไฟหรอก เดี๋ยวมันก็เลิกกัน ดูไปก็สมเพชเปล่า ส่วนรายละเอียด เดี๋ยวก็มีคนใช้พลังงานลม(ปาก)คาบมาบอกเองแหละ
เมื่อเดือนก่อน ได้ดูรายการสุริวิภา คุณแหม่มเข้านมัสการท่านติช นัท ฮันห์ ก็ได้ถามปัญหาไปว่า คนไทยตื่นเช้ามา ดูข่าวการเมืองแล้วไม่สบายใจ จะทำอย่างไรดี ท่านติชฯก็ตอบว่า ไม่ต้องดูข่าวทุกวันหรอก สัปดาห์ละครั้งก็พอ ถ้ามีเรื่องด่วนเรื่องสำคัญ เดี๋ยวก็มีคนวิ่งมาบอกเราเองแหละ (ดูรายการย้อนหลังได้ที่ www.mcot.net )
ไอ้หนังสือเรื่องย่อละคร ถ้าดูด้วย ก็ไม่ต้องซื้ออ่าน กี่เล่มแล้วล่ะที่ตอนจบในหนังสือไม่เหมือนในทีวี
*** อย่าลืมถอดปลั๊กทุกครั้งที่เลิกใช้ด้วยล่ะ มันช่วยป้องกันการเกิดไฟไหม้ด้วยนะ จะบอกให้***
การมีเครื่องสำอางสีเดียวกันหลายๆเฉด แสดงถึงความอ่อนด้อยความสามารถในการผสมสีของเจ้าของ ศูนย์ผสมสีทาบ้าน เค้าผสมสีได้นับหมื่นนับแสน มันก็เริ่มจากน้ำเงิน-แดง-เหลือง เหมือนกันแหละ ซื้อมาใช้ไม่เท่าไหร่ หมดอายุ ไม่ทิ้งก็ต้องทนเสี่ยงว่าจะเกิดอะไรกับหน้า-ตา-ปากหรือเปล่า ว่ากันจริงๆแล้ว แต่งเฉพาะวันที่เราต้องการดูดีก็พอ ตอนเรียนมัธยมฯมีครูคนนึง แต่งหน้าจัดมาก วันนึงครูเรียกไปพบที่ห้องพัก แกกำลังเช็ดหน้าออกเพื่อแต่งใหม่ โอ้ววววว!!! สัญญากับตัวเองว่าชาตินี้จะไม่แต่งหน้าเยอะอย่างนี้เลย เพราะเวลาที่ไม่มีอะไรบนหน้าแล้ว คนอื่นจะทนดูเราไม่ได้เลยทีเดียว
เสื้อผ้า ซื้อที่ใส่จริงๆ เหมาะกับเราจริงๆ(ใส่แล้วดูดีจริงๆไง) แล้วก็ได้ใส่จริงๆ ใส่จนคุ้มเงิน(ค่าชุดหารจำนวนครั้งที่ใส่) ถ้าไม่ได้ใส่ ก็ตัดใจให้คนอื่นเถอะ ยิ่งถ้าพวกใส่แล้วไม่เหมาะกับเรา เก็บไว้แล้วใครมาเจอ อาจรู้สึก(เผลอๆก็พูด)ดูถูกรสนิยมเราได้เลยทีเดียว พวกเชิ้ตหรือทีเชิ้ต ไม่แปลงเป็นเสื้อใส่อยู่บ้าน หรือเสื้อใส่นอน ก็ให้คนอื่นเถอะ ไปไว้ที่สถานีโทรทัศน์ก็ได้ เวลาเค้าไปทำสกู๊ปชีวิต-วงเวียนชีวิต ก็จะได้ให้ผู้ยากไร้ไป พวกคริสเตียนที่เชียงใหม่หรือสภากาชาดไทยก็รับของบริจาคไปขาย เอาเงินที่ได้ไปช่วยคนอีกทอดหนึ่ง
อาหารก็กินง่ายๆ ยิ่งเครื่องปรุงมาก ขั้นตอนมาก...มันเปลือง น้ำปลาขวดนึง ทำจากอะไรบ้าง ทำกันยังไง เคยหยิบมาอ่านฉลากดูบ้างไหม? ตอนตกงานใหม่ๆ เช้ามาอยากกินเต้าหู้ทอด เคยกินแต่ที่แม่ทำให้ วันนั้นอยู่บ้านคนเดียว เลยจำต้องไปตลาดเอง เต้าหู้แผ่นละ 8 บาท อ๋อ-ราคามันเท่านี้เองเหรอ? ทอดแล้วจิ้มกับซอสถั่วเหลือง แผ่นครึ่งก็อิ่มได้มื้อนึงแล้ว วันนั้นแหละที่เข้าใจจริงๆว่า อ๋อ-ชีวิตเราต้องการแค่นี้--อาหารเบาๆ ได้สารอาหาร ได้เส้นใยอาหาร ได้ฮอร์โมนเสริม และไม่ต้องกระชากวิญญาณใครด้วย ตอนปี 1 ทำรายงานวิชาวิทยาศาสตร์(ทุกคนในม.ต้องเรียน) ได้เลือกหัวข้อ "อาหารทางเลือก" ก็ไปอ่านเจอตอนหาข้อมูลว่า มีคนที่เป็น fruitarian คือกินแต่ผลไม้ที่สุกและร่วงจากต้น(เชื่อกันว่าต้นไม้เจ็บปวดเป็นเหมือนกันไง เลยไม่ปลิดผลมันให้ต้นมันเจ็บ) แล้วเขาก็หมุนเวียนผลไม้กินให้ได้สารอาหารครบถ้วนเอง ชีวิตโคตรเรียบง่ายเลย
เรื่องอย่างนี้ คนที่เคยไปปฏิบัติธรรม ได้กินเหมือนพระ พูดเฉพาะที่จำเป็น ไม่ติดต่อกับโลกภายนอก เสื้อผ้ามี 2 ชุดไว้ใส่-ซักผลัดกัน จะเข้าใจได้ดีเลยว่าควรทำอย่างไร แล้วมันก็จะส่งเสริมการปฏิบัติธรรมที่เคยทำมาด้วย เกิดความเคยชินจนเป็นกลายนิสัยที่นิยมความเรียบง่าย
คราวหน้ามาว่ากันต่อด้วยเรื่องยิบย่อยกว่านี้นะคะ
วันพุธที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2551
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น