วันพุธที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2551

ได้ฤกษ์เสียที

ที่จริง เรื่องที่พิมพ์นี้เป็นบทความแรกที่คิดจะทำเลยนะ
ตอนนั้นคิดว่า ควรจดบันทึกให้สมบูรณ์ แล้วทำเป็นบทความเดียว แต่พอเอาเข้าจริงๆ จด ก็เปลืองกระดาษ พิมพ์ไฟล์ ก็เปลืองไฟ

วันนี้เห็นท่าไม่ได้การ รำคาญพวกดาราที่ให้สัมภาษณ์วิธีลดโลกร้อนผ่านสื่อแล้วมันเซ็ง คิดได้แค่เนี่ยะ? ใครอ่านแล้วช่วยส่งต่อหน่อยเถอะนะ เผื่อดาราอ่านแล้วจะได้ให้สัมภาษณ์ดีกว่าที่เป็นอยู่ ให้คนดูเขาเอาไปทำตาม

พี่ที่ป.โทคนหนึ่งเคยส่งบทความมาให้อ่านหลัง The Inconvenient Truth ออกใหม่ๆ บอกว่า ต่อให้วันนี้คนบนโลกทุกคนหยุดการใช้พลังงานทุกอย่างโดยสิ้นเชิง ก็ไม่อาจหยุดหายนะนี้ได้ สิ่งที่เราทำได้คือประวิงเวลาออกไป

เท่าที่เห็นกันอยู่ สิ่งที่เราทำนั้นไม่พอ ใช่-วันนึงเราก็ตาย ลูกหลานเราก็ต้องตาย
แต่คิดไหมว่าจะตายในแบบไหน?
- โลกร้อนจน heat stroke ตายแบบปวดหัวสุดๆเหมือนมันจะระเบิด เอาไหม?
- แย่งกันครอบครองพื้นที่สูงๆ ไล่ฆ่ากันอย่างปากเถื่อนเพื่อแย่งที่ดินไว้อยู่อาศัย เอาไหม?
- แห้งแล้งจนอาหารไม่พอกินทั้งเนื้อทั้งพืช ต้องกินคนด้วยกันเอง เอาไหม?
- น้ำท่วมตาย แวบเดียวแล้วไปเลย แต่กว่ามันจะมาถึง เราได้ยินว่าที่อื่นๆตายกันหมดเมืองเรียบร้อยแล้ว ความรู้สึกเราเหมือนหมูที่ถูกต้อนขึ้นรถไปโรงฆ่าสัตว์ เอาไหม?

ไม่เอาก็ต้องอ่าน
สิ่งที่จะปฏิบัตินี้ นอกเหนือจากการลดปัญหาทางสิ่งแวดล้อมแล้ว มันยังมีผลต่อความคิด การดำเนินชีวิต สุขภาพ และจิตใจด้วยไม่ทางใดทางหนึ่ง

พระพุทธเจ้าและพระเจ้าแผ่นดินของเราสอนไว้ไม่ผิดเลย ทุกอย่างเริ่มที่ความพอเพียง
เรามาค้นหาว่าอะไรจำเป็น-ไม่จำเป็นสำหรับชีวิตกัน
บางคนตลกมาก ชอบเปิดทีวี เปิดวิทยุ จนหลับ เอาสิ่งนอกกายมาคลายความเหงาอ้างหวาง เปลืองพลังงาน เปลืองเงิน(ค่าไฟ) เปลืองสุขภาพ(นอนหลับไม่สนิท)

เช้ามาดูสรยุทธ์ ปิดทีวีแล้วฟังวิทยุที่กินไฟน้อยกว่าแทนดีกว่าไหม? เห็นหน้าสรยุทธ์ 2 ชั่วโมงทุกวันจันทร์-ศุกร์ อาจจะ 1 ชม. เสาร์-อาทิตย์ด้วย ไม่เบื่อหรือไง? แต่ถ้าอยากอ่าน sms "ลำปางหนาวแล้ว" ด้วย ก็ไม่ว่ากัน

สื่อบันเทิง ดูพร้อมๆกันหลายๆคน ไม่เปลือง แถมได้เพื่อนคุยอีกต่างหาก
ที่บ้านเรา ต่อให้อยากดูดีวีดีแค่ไหน ก็รอจนคนในบ้านที่อยากดูกลับบ้านมาดูพร้อมๆกัน ฮาพร้อมๆกัน

บางเรื่อง อย่างข่าวดาราแย่งสามีชาวบ้าน ไม่ต้องดูให้เปลืองไฟหรอก เดี๋ยวมันก็เลิกกัน ดูไปก็สมเพชเปล่า ส่วนรายละเอียด เดี๋ยวก็มีคนใช้พลังงานลม(ปาก)คาบมาบอกเองแหละ
เมื่อเดือนก่อน ได้ดูรายการสุริวิภา คุณแหม่มเข้านมัสการท่านติช นัท ฮันห์ ก็ได้ถามปัญหาไปว่า คนไทยตื่นเช้ามา ดูข่าวการเมืองแล้วไม่สบายใจ จะทำอย่างไรดี ท่านติชฯก็ตอบว่า ไม่ต้องดูข่าวทุกวันหรอก สัปดาห์ละครั้งก็พอ ถ้ามีเรื่องด่วนเรื่องสำคัญ เดี๋ยวก็มีคนวิ่งมาบอกเราเองแหละ (ดูรายการย้อนหลังได้ที่ www.mcot.net )

ไอ้หนังสือเรื่องย่อละคร ถ้าดูด้วย ก็ไม่ต้องซื้ออ่าน กี่เล่มแล้วล่ะที่ตอนจบในหนังสือไม่เหมือนในทีวี

*** อย่าลืมถอดปลั๊กทุกครั้งที่เลิกใช้ด้วยล่ะ มันช่วยป้องกันการเกิดไฟไหม้ด้วยนะ จะบอกให้***

การมีเครื่องสำอางสีเดียวกันหลายๆเฉด แสดงถึงความอ่อนด้อยความสามารถในการผสมสีของเจ้าของ ศูนย์ผสมสีทาบ้าน เค้าผสมสีได้นับหมื่นนับแสน มันก็เริ่มจากน้ำเงิน-แดง-เหลือง เหมือนกันแหละ ซื้อมาใช้ไม่เท่าไหร่ หมดอายุ ไม่ทิ้งก็ต้องทนเสี่ยงว่าจะเกิดอะไรกับหน้า-ตา-ปากหรือเปล่า ว่ากันจริงๆแล้ว แต่งเฉพาะวันที่เราต้องการดูดีก็พอ ตอนเรียนมัธยมฯมีครูคนนึง แต่งหน้าจัดมาก วันนึงครูเรียกไปพบที่ห้องพัก แกกำลังเช็ดหน้าออกเพื่อแต่งใหม่ โอ้ววววว!!! สัญญากับตัวเองว่าชาตินี้จะไม่แต่งหน้าเยอะอย่างนี้เลย เพราะเวลาที่ไม่มีอะไรบนหน้าแล้ว คนอื่นจะทนดูเราไม่ได้เลยทีเดียว

เสื้อผ้า ซื้อที่ใส่จริงๆ เหมาะกับเราจริงๆ(ใส่แล้วดูดีจริงๆไง) แล้วก็ได้ใส่จริงๆ ใส่จนคุ้มเงิน(ค่าชุดหารจำนวนครั้งที่ใส่) ถ้าไม่ได้ใส่ ก็ตัดใจให้คนอื่นเถอะ ยิ่งถ้าพวกใส่แล้วไม่เหมาะกับเรา เก็บไว้แล้วใครมาเจอ อาจรู้สึก(เผลอๆก็พูด)ดูถูกรสนิยมเราได้เลยทีเดียว พวกเชิ้ตหรือทีเชิ้ต ไม่แปลงเป็นเสื้อใส่อยู่บ้าน หรือเสื้อใส่นอน ก็ให้คนอื่นเถอะ ไปไว้ที่สถานีโทรทัศน์ก็ได้ เวลาเค้าไปทำสกู๊ปชีวิต-วงเวียนชีวิต ก็จะได้ให้ผู้ยากไร้ไป พวกคริสเตียนที่เชียงใหม่หรือสภากาชาดไทยก็รับของบริจาคไปขาย เอาเงินที่ได้ไปช่วยคนอีกทอดหนึ่ง

อาหารก็กินง่ายๆ ยิ่งเครื่องปรุงมาก ขั้นตอนมาก...มันเปลือง น้ำปลาขวดนึง ทำจากอะไรบ้าง ทำกันยังไง เคยหยิบมาอ่านฉลากดูบ้างไหม? ตอนตกงานใหม่ๆ เช้ามาอยากกินเต้าหู้ทอด เคยกินแต่ที่แม่ทำให้ วันนั้นอยู่บ้านคนเดียว เลยจำต้องไปตลาดเอง เต้าหู้แผ่นละ 8 บาท อ๋อ-ราคามันเท่านี้เองเหรอ? ทอดแล้วจิ้มกับซอสถั่วเหลือง แผ่นครึ่งก็อิ่มได้มื้อนึงแล้ว วันนั้นแหละที่เข้าใจจริงๆว่า อ๋อ-ชีวิตเราต้องการแค่นี้--อาหารเบาๆ ได้สารอาหาร ได้เส้นใยอาหาร ได้ฮอร์โมนเสริม และไม่ต้องกระชากวิญญาณใครด้วย ตอนปี 1 ทำรายงานวิชาวิทยาศาสตร์(ทุกคนในม.ต้องเรียน) ได้เลือกหัวข้อ "อาหารทางเลือก" ก็ไปอ่านเจอตอนหาข้อมูลว่า มีคนที่เป็น fruitarian คือกินแต่ผลไม้ที่สุกและร่วงจากต้น(เชื่อกันว่าต้นไม้เจ็บปวดเป็นเหมือนกันไง เลยไม่ปลิดผลมันให้ต้นมันเจ็บ) แล้วเขาก็หมุนเวียนผลไม้กินให้ได้สารอาหารครบถ้วนเอง ชีวิตโคตรเรียบง่ายเลย
เรื่องอย่างนี้ คนที่เคยไปปฏิบัติธรรม ได้กินเหมือนพระ พูดเฉพาะที่จำเป็น ไม่ติดต่อกับโลกภายนอก เสื้อผ้ามี 2 ชุดไว้ใส่-ซักผลัดกัน จะเข้าใจได้ดีเลยว่าควรทำอย่างไร แล้วมันก็จะส่งเสริมการปฏิบัติธรรมที่เคยทำมาด้วย เกิดความเคยชินจนเป็นกลายนิสัยที่นิยมความเรียบง่าย

คราวหน้ามาว่ากันต่อด้วยเรื่องยิบย่อยกว่านี้นะคะ













วันอังคารที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2551

Project to 30

ฮือๆ อายุจะ 30 แล้ว (บางคนอาจแย้งว่า--แหม อีก 3 ปีไม่ใช่เหรอยะ?)
3 ปีน่ะมันเร็วมาก ถ้าทำงานนอกบ้าน ยิ่งไม่รู้วันเวลาที่ผันผ่าน
ที่เคยแอบชะล่าใจว่า เราเพิ่ง 26 นั้น เห็นจะไม่ได้การแล้ว

ตอนอยู่บริษัทที่สอง ร้องไห้มาก เครียดมากจนหน้าตุ่ยทั้งวัน
วันหนึ่งเห็นร่องแก้มด้านซ้ายแตกเป็นสาย เหมือนแผนที่ที่แม่น้ำเจ้าพระยาวางทิศกลับหัว มีแม่น้ำปิง-วัง-ยม-น่านลากยาวถึงมุมปาก อะจึ๋ย!!! หน้าตาน่าเกลียดกว่าที่เคยเห็นบนหน้าใครๆ หลังเลิกงานจึงเผ่นไปร้านวัตสันใต้ตึก คว้า Pond's Perfect Result มา 1 หลอด ไม่รู้จะแพ้หรือเปล่า ซื้อมาลองทีละน้อยละกัน ก็ปรากฎว่าใช้ดี แต่ถ้าไม่ทา ก็กลับมาสภาพเดิม

ตอนอยู่บริษัทล่าสุด ช่วงแรกได้พึ่งว่านหางจระเข้หน้าบ้านก่อนนอนทุกวัน แต่พอมันโดนแดดจนแห้งตาย ก็ไม่ได้ทำอะไรกับหน้าอีก รวมทั้งไม่แต่งหน้า เพราะจะยิ่งแลเห็นเบญจมหานทีเด่นชัดถนัดแก่ดวงเนตร

ก็อย่างที่รู้ว่าบริษัทล่าสุด มัน...ขนาดไหน แม่น้ำทั้งห้าสายจึงปรากฏบนหน้าอย่างถาวร แม้ภายหลังจะสืบทราบวิธีน้ำแข็งถูหน้า แต่พอไม่ได้ถู มันก็เห็นชัดเหมือนเดิม

แม่นั้น เห็นฉันว่างๆ ก็ชอบให้ไปโรงพยาบาลเป็นเพื่อน เวลารอหมอตรวจ เธอจะชวนคุยเรื่องสุขภาพตามประสาคนที่ใส่ใจดูแลตัวเอง ทำให้ฉันประสาทตาม ต้องกินแคลเซียมตุนก่อนอายุ 30 (แต่ไม่ได้ออกกำลังกายเป็นเรื่องเป็นราวเลย แล้วมันจะดูดซึมไหมนี่??) ต้องไปตรวจฟัน(เลยเจอถอนซะ 4 ซี่ โชคดีที่ X-ray เจอแค่นี้) ฯลฯ

อยู่บ้านดูทีวี ดารา-นักร้องสมัยเราเด็กๆ เล่นบทพ่อบทแม่แล้ว

พี่สาวเพื่อนจะแต่งงาน (เอ-เค้าอายุมากกว่า 2 ปีเองน้า)

ศาลเห็นว่าหลักฐานในที่เกิดเหตุมีน้ำหนักพอให้เชื่อว่าจำเลยแก่จริง!!!

เลยคิดโครงการเตรียมความพร้อมก่อนเข้าเลข 3
อะไรที่คั่งค้าง ก็เริ่มปฏิบัติการณ์กันเสียที

อย่างแรก คือ ปรับลักษณะปรากฏตั้งแต่กระหม่อมยันหนังเท้า (ขอแอ๊บสาวเท่าที่เวลาจะอำนวย)
แผนการเป็นไปตามที่ขอร้อง sponsor ไปแล้ว แต่ชีๆ ยังไม่ตอบตกลงรับเป็น stylist ให้ สงสัยยังบ่ได้เช็คเมล์

อย่างที่สองคือ จัดงานรวมรุ่นเพื่อนประถมฯให้ได้ เนื่องจากว่าแต่ก่อนนั้น ฉันอยู่บ้านพักราชการ การขอโทรศัพท์สายตรงเป็นเรื่องยากมาก จึงต้องโทรเข้าเบอร์กลางแล้วต่อเอา ซึ่งเบอร์กลางนี้แชร์กัน 7 บ้าน เห็นว่าไม่สะดวกทั้งคนโทร-คนรับเลยไม่ได้ให้เบอร์ใครไป แถมโรงเรียนประถมนั้นอยู่ไกลบ้าน พอย้ายมาเรียนมัธยมใกล้บ้าน จึงไม่มีโอกาสได้เจอเพื่อนๆ

แต่หลังจากที่อยู่บ้าน ได้ทำรายงาน และ goo บ่อย เลยลองหาตามเท่าที่จะจำชื่อ-สกุลจริงกันได้ตามประสาคนอยู่ไม่สุข
ปรากฏว่า เจอว่ะเฮ้ย แต่เป็นข้อมูลการเรียนมหาวิทยาลัยซะมาก
โชคดีที่ยังจำชื่อของต้นได้ ต้นเป็นเด็กที่เรียนเลข-วิทยาศาสตร์-ภาษาอังกฤษเก่งมาก ฉันเห็นเขาออก ITV ตอนเรียนป.ตรี เรียนวารสารฯที่มช. คิดว่าชื่อนี้น่าจะพอตามตัวเจอ

การณ์กลับเป็นว่า ต้น(หรือชื่อในวงการ 'วี') ทำ marketing แต่ไปตั้งกระทู้การบ้านการเมืองไว้ที่เว็บหนึ่งซึ่งสามารถ post ข้อความกลับไปหาผู้ตั้งกระทู้ได้ ซึ่งใน box ที่ใส่ข้อความนี่เอง ที่ปรากฏอีเมล์และเบอร์มือถือ ฮ่ะฮ้า
-----------------------------------------------------
หวัดดีต้น

นะ 6/2 นะ
ต้นสบายดีมั้ย?
เราเคยเห็นต้นออกทีวีสมัยอยู่มหาลัย ยังเจอเพื่อนๆบ้างป่าว? เราออกมาเรียนที่สายน้ำผึ้ง เจอแต่เปิ้ลกับโย๋ 6/3 ซึ่งก็อยู่ห้องเดียวกันตลอด 6ปีในชีวิตมัธยมฯ

ถ้ามีนัดเจอกัน บอกเราด้วยน้า ไม่ได้เจอกันตั้งแต่ 10 กว่าปี คิดถึงทุกคนเลย

Thank u and take care!
--------------------------------------------------
หวาดดี

คำถามแรกเลยใครอะ ส่งรูปให้เราดูได้ไหมเอ่ย....นานจนจำกันไม่ได้

คำถามถัดไปคือเอาอีเมลนี้มาจากไหนเหรอ
วันนี้เพิ่งมีเพื่อนคนนึงชื่อเจี๊ยบโทรหาเราบอกว่าตอนนี้เพื่อนจะนัดรวมพลเลี้ยงรุ่นกันเอง เขาเลยให้เราช่วยรวบรวมเพื่อนที่เรายังติดต่อยู่ ใครรู้จักใครก็ให้รวบรวมชื่อ เบอร์โทร อีเมลกันมาส่วนจะจัดงานอะไรยังไงยังมีมีรูปร่างหนะ เราเหรอสบายดีตอนนี้ทำพวกการตลาดอยู่...แล้วก็เรียนโทไปด้วยหนะ

ส่วนเพื่อนพลับพลาชัยที่เรามีติดต่อก็มี...นอกนั้นก็น่าจะเป็นเพื่อนเทพศิรินทร์ เช่น ...ยังไงคงมีโอกาสได้เจอกันเร็วๆนี้นะ
--------------------------------------------------------------
อะโหล

เราควรจะเรียกนายว่า"ต้น" หรือ"วี"ดีอะ?

ตอนป.6 วิชาวิทยาศาสตร์ของอ.วิไล ต้องลงไปเรียนชั้น 2 มีโต๊ะแล็บนั่งได้ 8 คน แบ่งกลุ่มตามเลขที่
นายนั่งหัวโต๊ะฝั่งหน้าต่าง เรานั่งหัวโต๊ะฝั่งประตู

เราเอาเหล็กดัดฟันออกแล้ว แต่คิดว่าเร็วๆนี้ต้องไปดัดใหม่ ตอนนี้เปลี่ยนมาใส่แว่นแทน เหอะๆ

เราได้อีเมล์จาก... โดยไปเริ่มจาก google
เรื่องของเรื่องคือวีกที่ผ่านมา ไปช่วยเพื่อนทำ proposal ที่ศิริราช แอบนึกเล่นๆว่า เพื่อนเก่งๆสมัยประถมมีใครมาเป็นหมอที่นั่นบ้างมั้ยน้อ? ก็เลย search ชื่อไปหลายคน เจอตามประกาศของมหาวิทยาลัย ว่าใครเรียนอะไร เจอแค่นี้ก็ตื้นตันแล้ว

ดีแล้วที่เรียนโท อย่างนาย เรียนหลายๆใบยิ่งดี ดูแลตัวเองด้วยละกันน้า

เพื่อนที่นายยังติดต่ออยู่ เรารู้จักทุกคน แต่ที่สมัยเรียนสนิทกันก็มีแต่โอ๋กับเอมอร จำกันได้-ไม่ได้ไม่รู้แหละ อยากเจอๆ สมัยน้องเราเรียน... กลับไปบ่อยๆ ก็ไม่เจอเพื่อนๆเลย เจอแต่อาจารย์ เหวอๆเหมือนกัน

ขอบคุณที่ส่งข่าวมาบอก

-----------------------------------------------
หวาดดี
เรียกเราวีก็ได้ จำรายละเอียดเก่งมากเลยเนอะสุดยอด...พอจะจำเธอได้แล้วแหละ คุ้นๆละ..

แปลกมากวันเดียวกันมีคนชื่อเจี๊ยบวิริยาโทรมา พอตกเย็นไปเดินพารากอนก็เจอกอล์ฟดาริษาส่งสัยของจะแรงจริงๆ...ตอนนี้เค้าก็รวบรวมพลกันอยู่หนะ จะได้จัด Meeting กัน เธอรู้จักใครก็แจ้งข่าวต่อๆกันไปนะ เรา Set Google Group ไว้แล้วลองเข้าไปดู ที่ ... มีไรเมลมาล่ะกันนะ
-----------------------------------------------------
(ปล.สีของเนื้อความในอีเมล์เป็นสีของโรงเรียน ใครจะคิดว่าเป็นวัดสุทธิฯ สามเสนฯ หรือสุราษฎร์ธานีก็เชิญฮ่าๆๆ )

จากนั้นก็มาการส่ง group mail ตาม address ที่ต้นมี ให้แต่ละคนรายงานตัวและช่องทางในการติดต่อ

เลี้ยงเมื่อไหร่ จะมาเล่าให้ฟัง

ไม่ลองตามหาเพื่อนเก่าๆกันบ้างเหรอ???