เหนื่อยจังเลย
มีเพื่อนร่วมคลาสเห็นที่ไปช่วยงานโบว์ในเน็ต เลยให้ฉันช่วยงานมันบ้าง
ฉันส่งข้อมูลให้ทางเมล์ มันก็ว่าอ่านแล้ว
แต่เวลาที่ผ่านไป ทำให้รู้ว่ามันไม่ได้รับรู้หรือเข้าใจอะไรเพื่อไปใช้ในงานแต่งของตัวเองเลย
อย่างแรกที่มันทำหลังได้ฤกษ์มาคือไปซื้อแพ็กเกจก่อน
(เจ้าสาวหลายคนก็ทำอย่างนี้ ไม่เข้าใจเหมือนกัน หาที่จัดงานก่อนดีมั้ย เกิดโรงแรมที่เล็งไว้มันเต็มข้ามเดือนข้ามปีจะทำอย่างไร)
แล้วขอโทษนะคะ เป็นบู๊ธที่ออกในห้าง สตูฯที่ฉันแนะนำก็อยู่ในห้างนั้นแหละ จะไปดูก่อน แล้วมาเปรียบเทียบก็ยังดี
นี่เห็นถูกกว่าก็พุ่งเข้าไปแล้ว เสียเงินมัดจำ 60%
อยากจะบอกว่าคุณจะเอาอะไรกับชุดไม่กี่ชุดที่คุณเห็น สตูฯที่แนะนำไปก็ลองได้โดยที่ยังไม่ต้องจองก่อน
แล้วฉันก็ประกาศมาพันครั้งได้แล้วมั้งว่าเจ้าสาวทั้งหลาย ข้าพเจ้ามิได้มีส่วนได้ส่วนเสียกับร้านใดๆ
ทุกอย่างได้มาจากการหาข้อมูล และแนะนำให้ตามความต้องการของท่านทั้งสิ้น
เพื่อนดูจะภูมิใจมากที่ในแพ็กเกจนั้น มันสามารถต่อรองขอPresentation และการ์ดมาด้วยได้
จากนั้นเป็นเรื่องของสถานที่
ตอนแรกมันก็ว่าจะเช่าหอประชุมโรงเรียนที่เพื่อนแม่ฉันสอนอยู่
โชคดีที่มันเปลี่ยนใจไปใช้ห้องประชุมของทอ.แทน
ก็นัดแนะไปดูสถานที่กันเรียบร้อย
เฮ่อ สมราคาอะ
ซุ้มดอกไม้ก็บ๊านบ้าน สแตนด์ก็มี 2-3 อัน
Foyer ก็เล็กๆ ทำให้โต๊ะลงทะเบียนเล็กตาม
แม้ผู้ดูแลสถานที่จะบอกว่าสามารถซื้อดอกไม้มาให้ช่างของโต๊ะจีนจัดเพิ่มได้ก็ตาม
นี่ถ้ามันจัดหอประชุมโรงเรียนขึ้นมาจริงๆ ฉันยังไม่รู้จะต้องลำบากกับเจ้าสาวจอมเขี้ยวนี่ขนาดไหนกัน
แบบว่า เค้กก็ไม่เอา เพราะไม่อยู่รวมในแพ็กเกจ ต้องจ่ายเพิ่มอีก 2 พันกว่าบาทไง
มันก็โอเคนะถ้ามองว่าไม่ใช่สิ่งจำเป็น แต่ไอ้ที่ไม่เอาเพราะเซฟ 2 พันเนี่ยะ กรูจาบ้า
โต๊ะจีนก็เลือกเมนูที่ราคาถูกสุด (ทอ.ก็ถูกแล้วนะ เลือกเซทกลางๆหรือตัวท็อปก็ยังถูกกว่าโรงแรม 4 ดาวตั้งครึ่ง) แล้วมากระวีกระวาดอ่านเมนูต่อหน้าฉันเนี่ยะนะ
พี่โอน่ะเกลียดนักหนา บอกว่าดูออเดิร์ฟก็รู้แล้วว่าเซทไหน
จะเลี้ยงแขกก็ให้มันดีๆหน่อย ไหนว่าแต่งให้พ่อให้แม่ได้หน้า
เรียนมา-ทำงานมาระดับนี้ ขาดทุนนิดหน่อยแม่งทำอย่างกับจะตายให้ได้
แล้ววันที่นัดชิมอาหารซึ่งจะขอคุยเรื่องแบบซุ้มกับการตกแต่ง มันก็ไม่ได้ชวนฉันไปอย่างที่บอกวันไปดูสถานที่ แถมตัวเองก็ไม่คุยไปเลย
ฉันก็เลยเซ็งๆ ห่างๆไปหลายเดือน
จากนั้นก็โทรไปถามความคืบหน้าเสียหน่อย เดี๋ยวจะหาว่าไร้น้ำใจ
คุณพระ! ถ้าฉันไม่ถามเรื่องของชำร่วย มันคงนึกไม่ออกว่ายังไม่ได้คิดเลย
นัดและเลื่อนนัดกันอยู่หลายครั้ง กว่าจะได้ไปลงเอยที่จตุจักร
วันนั้นมันก็ขับรถมารับฉันที่ป้ายรถเมล์ฝั่งตรงข้ามบ้าน ซึ่งเป็นป้ายใหญ่มาก
จริงๆมันผ่านบ่อย และอยู่ซีกเดียวกันของกรุงเทพฯ น่าจะรู้จัก
แต่ไม่เลย โทรเช็คกันจนฉันเสียอารมณ์
(ขอบอกว่ามันยังเบลอเรื่องป้ายรถเมล์บ้านฉันอีกหลายครั้ง signไม่ค่อยดีเลย)
ขับรถไป ขึ้นผิดสะพาน ก็หาว่าฉันไม่เตือน
(ก็ฉันอีกแหละที่ทักมันว่าออกผิดเลน เลยพาลขึ้นผิดสะพานไปเลย)
ของชำร่วยที่เป็นชุดกำยาน-จานเผา-เทียนหอมน่ะ โอเคนะ
แต่มันดันไปเอาตะเกียบ ซึ่งถูกกว่ากันกว่าครึ่ง
แล้วจะแพ็คยังไงล่ะ???
ก็เป็นฉันนี่แหละที่ไปซื้อซองพลาสติกกับลวดจากสำเพ็ง แล้วหากระดาษสาจาก B2S มาทำแพ็กเกจให้มัน
ช่วงนั้นก็ยุ่งๆๆ ทำได้วันละนิดวันละหน่อย
แต่บทคุณเธอจะเอาขึ้นมา ก็โทรมาก่อน 1 วัน
ฉันก็แหกตาทำจนเสร็จ
ปรากฏเธอขับรถมาเอาตอนบ่ายสาม ถามแล้วนะว่าจะเอากี่โมง พอมันรู้ว่าฉันอยู่บ้าน ก็เลยโทรมาตอนจะถึงบ้านอยู่แล้ว ไม่ให้ได้ขยับตัวทำอะไรเลย ดีนะคืนนั้นทำเสร็จ เช้าเลยซักผ้าแบบอย่าได้แคร์ เซ็งมาก
มีอยู่เสาร์นึง โทรมาบอกตอน 3 ทุ่มกว่า ว่าพรุ่งนี้จะเอาการ์ดไปแจก ช่วยพิมพ์ซองให้หน่อย
ฉันไม่ได้เปิดเมล์ไง กว่าจะเช็คอีก แล้วมันก็ edit ชื่อมาใหม่อีก
ฉันส่งไปไฟล์ที่ merge แล้วให้ตอน 5 ทุ่มกว่า พร้อมบอกวิธีสั่งพริ้นท์
มันก็ยังโทรมาอีก บอกว่าพริ้นท์ไม่ออก
ฉันก็บอกให้มันตั้งค่า page setup ใหม่
แล้วลองเอาซองสคส.เก่ามาลองพริ้นท์
มันก็พริ้นท์ แล้วบ่นมาในสายว่า เครื่องมันไปพริ้นท์ด้านฝาซอง เสียไปเลยซองนึง
ฉันก็อ้าว ไม่ได้เอาซองเก่ามาลองพริ้นท์หรอกเหรอ
มันก็บอกเปล่า กะว่าใช้ได้ก็ใช้ไปเลย
(ร้านมันให้ซองมา 300 ซองพอดีกับจำนวนการ์ดอะ)
ถามจริงๆ ใครควรจะอารมณ์เสีย ในเมื่อบอกไปแล้ว แล้วฉันก็ไม่ใช่เจ้าของพริ้นเตอร์ด้วย จะได้รู้ว่าต้องวางคว่ำหรือหงาย
วันรุ่งขึ้นยังแข็งใจโทรไปบอกมันว่าช่วยแวะไปเดินงานของ We Magazine ที่ Impact หน่อยเถอะ
เค้ามีแจกชุดแต่งงานฟรี 10 ชุดนะ
มันก็ไม่ยอมไป ทั้งที่ขับจากที่ทำงานเก่าที่มันจะไปแจกการ์ดได้
เฮ่อ!
ช่วงก่อนปิดเทอม
ฉันก็นัดไปดูบ้านมันเพื่อวางแผนงานเช้าและถือโอกาสเคลียร์เรื่องงานเย็นไปเลย เผิ่อจะไหวตัวขอ cancel ทัน อยู่ต่อท่าจะต้องเหนื่อยอีกเยอะ
มันก็มารับฉันเลทเป็นชั่วโมง แล้วมาขอโทษๆๆ
ถามก็บอกออกมาแล้ว แต่ไม่ได้บอกว่าจะแวะซื้อของก่อน
ไปถึงก็เจอพ่อ คุยกันเรื่องงานเช้า
พ่อจะเอาพระ 9 รูปให้ได้ ทั้งที่ 5-7 น่าจะนั่งสบายๆ เข้าออกตัวบ้านสบายๆกว่า
แล้วก็จะให้นั่งหันหน้าเข้าหาทิศตะวันออก (ลืมบอก จัดงานตรงที่จอดรถที่มีหลังคายื่นออกจากตัวทาวน์เฮ้าส์น่ะ)
พอทัก พ่อก็บอกเดี๋ยวเอากันสาดลง เฮ่อ!
ส่วนเรื่องนิมนต์พระ ก็บอกว่าเดี๋ยวค่อยไปก็ได้ กูเซ็ง งานจะอีกเดือนนี่แล้ว
ขอโทษนะ ไอ้เรื่องดื้อตาใสของเพื่อนเนี่ยะ พอจะรู้แล้วว่ามาจากใคร
พอพ่อออกไปทำงาน
ก็คุยกับเพื่อนกับแฟนเพื่อนต่อ
แขกเกินไปจากที่จองไว้ 8 โต๊ะแน่ๆ มันก็ไม่ยอมเพิ่มโต๊ะ
นี่ยังไม่เผื่อที่มาเป็นคู่หรือมาเป็นครอบครัวนะ
ก็พ่อมันอะ เดินบอกชาวบ้านเค้าไปทั่วว่าลูกสาวจะแต่งงาน เค้าก็เลยจะถือโอกาสไปกินอาหารสโมสรให้รู้รสกันสักครั้ง
(พอจะนึกสภาพของงานนี้ออกหรือยังคะ)
ฉันก็บอกแล้ว ว่าแขกแถวบ้านเชิญเฉพาะงานเช้า แขกที่บ้านติดกัน ค่อยเชิญไปงานเย็นด้วย
มันก็ไม่คุยกับพ่อ แต่ฉันว่ามันไม่ยอมกระเด็นเงินมากกว่า
ของชำร่วยก็ไม่เพิ่ม โต๊ะก็ไม่เพิ่ม แล้วมันจะเอายังไง
มันบอกว่าเดี๋ยวไปซื้อยาแก้ปวดแบบกระปุกมาแจกดีกว่า
ฉันก็บอกว่าเฮ่ย นั่นเค้าแจกงานศพ
มันบอก เออ ได้ไอเดียจากงานศพนั่นแหละ
เรื่องโต๊ะ ก็ย้ายเพื่อนๆไปนั่งใน coffee shop ของสโมฯเอา
แล้วต้องให้เพื่อนถือแก้วเดินข้ามห้องมายืนรอดื่มอวยพรเหรอ?
ยังไงเพื่อนก็มาถึงงานก่อน แล้วแขกที่ไหนมันจะยอมมานั่งกินต่อ?
สตูฯก็ยังไม่ได้แก้ชุดให้ สังหรณ์ใจว่าจะต้องวิ่งหาชุดจากร้านอื่น ซึ่งก็ไม่รู้จะได้แบบไหน สีครีมหรือขาว ฉันเลยยังไม่ซื้อเวลให้ พอมันรู้เท่านั้นแหละ วี้ดมาในสาย
เมื่อเช้านี้ อุตส่าห์ตัดใจบอกแอร์ว่าฉันยอมโง่ไปช่วยมันดีกว่า
เปลี่ยนใจอีกรอบดีไหม
วันอังคารที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)